มโนทัศน์วิชาภาษาไทย

        จัดการเรียนการสอนในลักษณะบูรณาการ   ตามกระบวนการเรียนรู้ตาม"ธรรมชาติของภาษาไทย"    โดยใช้วรรณคดีหรือวรรณกรรมเป็นแกน   กำหนดสาระการเรียนรู้  ๕  หัวข้อ   ได้แก่  การอ่าน  การเขียน  การฟัง  การดูและการพูด  โดยจัดในลักษณะบูรณาการ   เสริมด้วยหลักภาษาและหลักการใช้ภาษา
        เพื่อให้เห็นภาพรวมว่า "มีอะไรที่ต้องเรียนรู้บ้าง"   เพื่อให้บรรลุองค์ประกอบสำคัญ  ๓  ด้าน   คือ  ความรู้  ทักษะกระบวนการและคุณธรรม  จริยธรรม  ค่านิยม   มุ่งหวังยกระดับคุณภาพด้านการใช้ภาษาไทยให้สูงขึ้น   สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ผู้เรียนได้จริง   สามารถสื่อสารกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล   สามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ได้และมุ่งรักษาภาษาไทยไว้ในฐานะสมบัติของชาติ   ทั้งสามารถใช้เทคโนโลยีในการสื่อสารได้เป็นอย่างดี

 

ธรรมชาติภาษาไทย

        เนื่องจากมนุษย์มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ภาษาอยู่ตลอดเวลาที่ดำรงชีวิตอยู่   เช่นการสื่อความหมายกับครอบครัว  กับสังคม  การประกอบอาชีพ  การศึกษาหาความรู้  ฯลฯ   จึงจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษา (รุจิร์   ภู่สาระ  ๒๕๒๕ : ๑)
        ธรรมชาติของภาษาไทยเป็นเรื่องของทักษะ   เป็นกระบวนการฝึกต่อเนื่อง   มีเนื้อหาเดียวกันเรียนหลายชั้น   เพราะเป็นเรื่องของทักษะทางภาษา   แต่จะมีเนื้อหาที่เพิ่มความซับซ้อนและยากมากขึ้น   เป็นการฝึกการคิดในระดับที่สูงขึ้น   ใช้ภาษาอย่างมีศิลปะมากขึ้น   เนื้อหาของวิชาภาษาไทยประกอบด้วย  เนื้อเรื่อง  คำศัพท์  นิยามและระเบียบวิธีการของการใช้ภาษาไทย  ฯลฯ   เนื้อหาเหล่านี้เมื่อนำมาประกอบกันเข้าจะกลายเป็นวิชาหลักภาษาและวรรณคดี   และเนื้อหาของวิชาภาษาไทยที่กล่าวมานี้ก็จะต้องขึ้นอยู่กับพื้นฐานในการใช้ทักษะทางภาษาไทย (รุจิร์  ภู่สาระ  ๒๕๒๕ : ๓)
        โดยการผสมผสานกันระหว่างเนื้อหาวิชากับทักษะทางภาษา   ให้เด็กสามารถนำไปใช้ในการสื่อความหมายให้ได้ผล

 

สาระการเรียนรู้รายปี

        กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย   ช่วงชั้นที่ ๔   (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔)
การอ่าน
   ๑. การอ่านเรื่องต่างๆ อย่างเข้าใจ   โดยการแปลความ   ตีความ  ขยายความและการใช้วิจารณญาณ
   ๒. การนำความรู้และประสบการณ์จากการอ่านและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาสมรรถภาพการเขียนและการพูด  การคิด  ตัดสินใจ  แก้ปัญหาและสร้างวิสัยทัศน์ในการดำเนินชีวิต
   ๓. การใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างหลากหลาย   เป็นเครื่องมือพัฒนาสมรรถภาพการอ่านและการเรียนรู้
   ๔. การอ่านหนังสือประเภทต่างๆ และการวิเคราะห์เนื้อหา  รูปแบบ  คุณค่าด้านวรรณศิลป์และสังคม   รวมทั้งการวิจารณ์และประเมินค่า
   ๕. การท่องจำบทอาขยาน   บทประพันธ์ที่มีคุณค่าและประทับใจไปใช้ในการสื่อสาร   การอ้างอิงและการอ่านทำนองเสนาะ
   ๖. การเลือกอ่านหนังสือและสื่อสารสนเทศทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์   จากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ นำไปใช้ประโยชน์ในการศึกษาต่อและการทำงาน
   ๗. มารยาทการอ่าน   การปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและสุขลักษณะในการอ่านหนังสือ   การใช้เวลาว่างในการอ่านหนังสือ   การใช้ห้องสมุดหรือแหล่งเรียนรู้แสวงหาความรู้

การเขียน
   ๑. การเขียนสะกดคำถูกต้องตามอักขรวิธี  และการเลือกคำในการเขียนได้ตรงความหมาย   เรียบเรียงคำเป็นประโยคได้ถูกต้องและถูกระดับภาษา
   ๒. การใช้กระบวนการเขียนพัฒนางานเขียน   โดยการเตรียมการเขียน   การกำหนดหัวข้อหรือชื่อเรื่อง  รูปแบบ  โครงเรื่อง  เนื้อหา  องค์ประกอบการเขียน   การยกร่างข้อเขียน  การตรวจทาน  การปรับปรุงแก้ไขและการเขียนเรื่องให้สมบูรณ์
   ๓. การเขียนเรียงความ  ย่อความ  จดหมายธุรกิจ  บันทึกประเภทต่างๆ  การเขียนแสดงทรรศนะ  เชิญชวน  รายงาน  โครงงาน  บทความและนิทาน
   ๔. การแต่งคำประพันธ์ประเภทโคลง
   ๕. มารยาทการเขียน   โดยใช้ภาษาสุภาพ   รับผิดชอบในสิ่งที่เขียน   เขียนอย่างสร้างสรรค์และอ้างอิงแหล่งที่มา
   ๖. การปลูกฝังนิสัยรักการเขียน   โดยการสังเกตการศึกษาค้นคว้ารวบรวมข้อมูลและการจดบันทึกอย่างสม่ำเสมอ

การฟัง การดู
   ๑. การรู้จักเลือกฟัง   เลือกดูสิ่งที่เป็นความรู้และความบันเทิงอย่างมีวิจารณญาณ   และการพูด
   ๒. การนำความรู้จากการฟังและการดูสื่อรูปแบบต่างๆ มาใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจและแก้ปัญหา
   ๓. การพูดแสดงความคิดเห็นและการวิเคราะห์  วิจารณ์  จากการฟังและการดู   อย่างมีเหตุผล
   ๔. การพูดในโอกาสต่างๆ ทั้งที่เป็นทางการ  กึ่งทางการและไม่เป็นทางการ   โดยใช้ภาษาถูกต้องเหมาะสมและมีเหตุผล   ใช้กิริยาท่าทางและการแสดงออกที่เหมาะสมตามหลักการพูด
   ๕. มารยาทการฟัง  การดูและการพูด

หลักการใช้ภาษา
   ๑. ธรรมชาติและลักษณะของภาษาไทย
   ๒. หลักการใช้คำและกลุ่มคำในการสร้างประโยคประเภทต่างๆ ได้ตรงตามความหมายและตรงจุดประสงค์ของการสื่อสารได้ชัดเจน
   ๓. การใช้ถ้อยคำเหมาะแก่โอกาสและฐานะของบุคคล
   ๔. หลักการแต่งคำประพันธ์ประเภทโคลง
   ๕. การใช้ทักษะทางภาษาและเทคโนโลยีการสื่อสารในการพัฒนาความรู้   อาชีพและการดำเนินชีวิต
   ๖. การใช้ภาษาถูกต้องตามระดับภาษา   สอดคล้องกับวัฒนธรรมและพัฒนาบุคลิกภาพ
   ๗. การชื่นชมผู้ใช้ภาษาไทยถูกต้อง   มีวัฒนธรรม
   ๘. การเข้าใจการใช้ภาษาของกลุ่มบุคคลในวงการต่างๆ ในสังคม
วรรณคดีและวรรณกรรม
   ๑. กวีนิพนธ์ประเภทกาพย์  กลอน  โคลง  บทละครและบทกวีร่วมสมัย
   ๒. วรรณกรรมประเภทเรื่องสั้น  นวนิยาย  สารคดีและบทความ  
   ๓. ลักษณะของภูมิปัญญาทางภาษาและการรวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้าน
   ๔. หลักการวิจารณ์วรรณคดีเบื้องต้น   พิจารณาเรื่องที่อ่าน   วิเคราะห์องค์ประกอบของงานประพันธ์และประเมินคุณค่าด้านวรรณศิลป์   คุณค่าด้านสังคมและการนำไปใช้ในชีวิตจริง
   ๕. ปัจจัยแวดล้อมที่มีส่วนให้เกิดวรรณคดีและวรรณกรรม   ประวัติวรรณคดีและวรรณกรรมในสมัยสุโขทัยและอยุธยาตอนต้น
   ๖. การเข้าใจโลกทัศน์และวิถีชีวิตของคนไทยจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม

 

เนื้อหา

การอ่าน
   - การอ่านในใจ
   - การสะกดคำ
   - บทอาขยาน
   - การเลือกอ่านหนังสือและสื่ออิเล็กทรอนิกส์
   - การอ่านทำนองเสนาะ
   - การแปลความ  ตีความ  ขยายความ
   - มารยาทและนิสัยรักการอ่าน
   - การพัฒนาสมรรถภาพการอ่าน
การเขียน
   - การเลือกใช้คำตรงความหมายและเรียบเรียง
   - การเขียนเรียงความ, ย่อความ
   - การเขียนโครงงาน, รายงาน
   - การเขียนคำขวัญ, คำคม
   - การเขียนจดหมายธุรกิจ
   - การเขียนแสดงทรรศนะ, เชิญชวน
   - มารยาทและนิสัยรักการเขียน
   - การใช้เลขไทย
การฟัง  การดูและการพูด
   - การจับใจความ
   - การวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น, สรุปความเรื่องที่ฟังและดู
   - หลักการฟัง, การพูด, การดู
   - การพูดในโอกาสต่างๆ (เป็นทางการ  กึ่งทางการ  ไม่เป็นทางการ)
   -  การพูดรายงาน
   - การพูดเสนอความคิด, การวิเคราะห์, การวิจารณ์
   - มารยาทการฟัง, การดู, การพูด
หลักการใช้ภาษา
   - การใช้พจนานุกรม
   - ธรรมชาติและลักษณะภาษาไทย
   - หลักการใช้คำ
   - ระดับของภาษา
   - ประโยค, กลุ่มคำ
   - การสร้างคำขึ้นใช้ในภาษา, คำประสม, คำซ้อน, คำซ้ำ, คำสมาส, คำภาษาต่างประเทศ
   - การใช้คำราชาศัพท์และคำสุภาพ
   - หลักการแต่งคำประพันธ์
   - การใช้ภาษา (ถูกต้อง, สร้างสรรค์, มีคุณธรรม, การดำเนินชีวิต, กลุ่มบุคคล)
   - เทคโนโลยีการสื่อสาร   เพื่อพัฒนาความรู้และพัฒนาคน
วรรณคดีและวรรณกรรม
   - วรรณกรรมท้องถิ่น, วรรณกรรมพื้นบ้าน
   - ประวัติวรรณคดีสมัยสุโขทัยและอยุธยาตอนต้น
   - การนำความรู้จากการอ่านไปใช้ในการตัดสินใจ  แก้ปัญหาและการดำเนินชีวิต
   - หลักการพินิจวรรณคดีและวรรณกรรม
   - ลักษณะภูมิปัญญาทางภาษา
   - การวิจารณ์วรรณคดีเบื้องต้น

 

การประเมินผลการเรียนรู้

๑. การประเมินผลก่อนเรียน - หลังเรียน
๒. การประเมินผลระหว่างเรียน
     - ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
     - ประเมินจากการปฎิบัติงาน
     - ประเมินสภาพจริง
     - ประเมินจากโครงการ
     - ประเมินแฟ้มสะสมงาน
     - เอกสารบันทึกการประเมินผลแต่ละครั้ง
๓. การประเมินผลปลายภาค

อัตราส่วนการประเมินระหว่างเรียนกับปลายภาค  ๘๐ : ๒๐

คะแนนพฤติกรรม ๑๐
     ๑. สนใจเรียนสม่ำเสมอ
     ๒. ความสะอาด
     ๓. มีมารยาทในการพูด
     ๔. แต่งกายถูกระเบียบ
     ๕. มีอุปกรณ์การเรียน

 

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง

   ๑. ใช้พจนานุกรมค้นหาคำศัพท์และความหมายได้ตามต้องการอย่างรวดเร็ว
   ๒. เมื่อกำหนดคำให้   สามารถจำแนกคำถูก-คำผิดได้ถูกต้องอย่างน้อย ๘๐ %
   ๓. ผูกประโยคและกลุ่มคำในลักษณะต่างๆ และแปลออกเป็นวิธีที่ช่วยให้แสดงความคิดออกมาเป็นภาษาที่ชัดเจน  แจ่มแจ้ง
   ๔. เขียนและจำแนกประเภทของประโยคได้ถูกต้อง
   ๕. สามารถเลือกใช้คำได้ถูกต้องและเหมาะสมตามหลักภาษาไทย
   ๖. รู้จักประมวลคำที่ใช้ติดต่อสื่อสาร  ศัพท์ใหม่และศัพท์เฉพาะที่จำเป็นต้องใช้ได้
   ๗. มีความรู้เกี่ยวกับลักษณะภาษาไทย  ช่วยให้การเขียน  การอ่าน  เป็นไปอย่างถูกต้องตามเกณฑ์
   ๘. เมื่อฟังหรืออ่านเรื่องหนึ่ง  แล้วสามารถสรุปเรื่องได้ถูกต้อง
   ๙. เมื่อกำหนดเรื่องให้ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรอง  สามารถแปลความ  ตีความ  ขยายความได้อย่างถูกต้อง
   ๑๐. สามารถแยกเหตุผลหรือข้อเท็จจริงจากเรื่องราวที่กำหนดให้ได้ถูกต้อง
   ๑๑. สามารพูดอธิบายความคิดเป็นของตนหรือของกลุ่มได้
   ๑๒. สามารถชี้ได้ว่าผู้ประพันธ์ใช้วิธีการใดสร้างภาพพจน์หรือบุคลิกของตัวละครได้
   ๑๓. ใช้เวลาว่างสำหรับแสวงหาความรู้เพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ในชุมชน
   ๑๔. เมื่อได้อ่านเรื่องราวจากแหล่งต่างๆ  สามารถเล่าได้โดยไม่เสริมความหรือแต่งความและตอบคำถามได้ถูกต้องอย่างน้อย ๘๐%
   ๑๕. สามารถสรุปรวมความเห็นต่อเรื่องเดียวกันได้แล้วนำประโยชน์จากการอ่านไปใช้ในชีวิตประจำวันได้
   ๑๖. สามารถเล่าเรื่องที่เลือกอ่านหรือค้นคว้าได้   โดยบอกข้อดี  ข้อเสียได้ถูกต้องและเหมาะสม
   ๑๗. เมื่อกำหนดเรื่องให้พูด  นักเรียนวางบุคลิกภาพและแสดงมารยาทในการพูดได้เหมาะสม  มีมารยาทในการฟังและการดูในโอกาสต่างๆ
   ๑๘. สามารถบอกจุดประสงค์ของการพูดได้
   ๑๙. สามารถเขียนเรียงความโดยลำดับเรื่อง  เหตุการณ์  วางย่อหน้าและเว้นวรรคตอนได้อย่างถูกต้อง
   ๒๐. ย่อความจากเรื่องที่กำหนดให้ได้
   ๒๑. สามารถค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ  สร้างหัวข้อและรายงานในชั้นเรียนได้
   ๒๒. เมื่อกำหนดข้อความหรือคำประพันธ์ให้   สามารถจำและเขียนได้ถูกต้อง

 

 

http://www.jd.in.th