เอกสารประกอบการเรียน  เรื่อง การฟัง


ความสำคัญของการฟัง

            การฟังเป็นองค์ประกอบสำคัญประการแรกของหัวใจนักปราชญ์อันได้แก่   สุ (ฟัง)  จิ (คิด)  ปุ (ถาม)  ลิ (เขียน)   การฟังเป็นพื้นฐานสำคัญของทักษะอื่นคือการพูด  การอ่านและการเขียน

            การฟังเป็นการเสริมสร้างความรู้ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น   ด้วยการรับรู้ด้วยหู   การอ่านรับรู้ด้วยตา   การพูดและการเขียนเป็นการถ่ายทอดความคิดจากตัวเราให้คนอื่นเข้าใจ

            การฟังกับการพูดมีความสัมพันธ์กันอย่างยิ่ง   การฟังมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การพูดสัมฤทธิ์ผลเพราะ

            ๑. การพูดจะต้องประกอบด้วยผู้พูดและผู้ฟัง    การพูดคนเดียวหรือมีผู้นั่งอยู่แต่ไม่ฟัง    ไม่ถือว่าเป็นการพูดที่สมบูรณ์

            ๒. การพูดที่สมบูรณ์    ผู้พูดกับผู้ฟังจะต้องเข้าใจจุดมุ่งหมายตรงกัน   และผู้ฟังสามารถจับใจความสำคัญได้ตรงตามที่ผู้พูดต้องการ

            ๓. ผู้ฟังที่ดีมีมารยาทแสดงความสนใจ   กระตือรือร้นที่จะฟังหรือตั้งคำถาม   จะทำให้ผู้พูดมีกำลังใจมีความตั้งใจที่จะพูด   จะทำให้พูดได้ดี   แต่ถ้าผู้ฟังแสดงความเบื่อหน่ายไม่สนใจจะทำให้ผู้พูดหมดกำลังใจ

            ๔. ผู้พูดต้องรู้จักเป็นนักฟังที่ดี   รู้ว่าเมื่อใดควรพูด  เมื่อใดควรฟัง

            ๕. ผู้พูดที่ดีต้องฟังอยู่เสมอ    เพื่อจะได้มีความรู้เพิ่มขึ้นจากเรื่องที่ฟังและมีโอกาสได้สังเกตวิธีการพูดของผู้พูดอีกด้วย


ความมุ่งหมายในการฟัง

            การฟังเป็นการรับรู้ความหมายของเสียงที่ได้ยิน     ผู้ฟังจะต้องตั้งใจฟังเพื่อให้เกิดความเข้าใจ   เกิดความคิด  จึงจะถือว่าเป็นการฟังที่สมบูรณ์   ผู้ที่ฟังมากจะเกิดความรู้กว้างขวางจะได้ชื่อว่าเป็นพหูสูต

            ในสังคมปัจจุบันนอกจากเราจะฟังผู้พูดพูดเพื่อการติดต่อสื่อสารหรือเพื่อกิจธุระในชีวิตประจำวันแล้ว   เราควรฟังเพื่อจุดมุ่งหมายอื่นๆ  ดังนี้

            ๑. ฟังเพื่อจับใจความสำคัญ

            ๒. ฟังเพื่อจับใจความอย่างละเอียด

            ๓. ฟังเพื่อหาเหตุผลมาโต้แย้งหรือสนับสนุน

            ๔. ฟังเพื่อให้เกิดความซาบซึ้งในวรรณคดี   เกิดสุนทรียภาพ

            ๕. ฟังเพื่อให้เกิดความรู้   ส่งเสริมจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์

            ๖. ฟังเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน


ลักษณะการฟังที่ดี

            ๑. มีมารยาทในการฟังเช่น  แสดงความสนใจ   กระตือรือร้นที่จะฟัง   ไม่คุยซุบซิบหรือทำเสียงเอะอะหรือแสดงกิริยาไม่สุภาพ   ไม่ให้เกียรติผู้พูด   เป็นต้น

            ๒. ฟังในสิ่งที่ควรฟัง   มีสาระประโยชน์

            ๓. ฟังโดยไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์   รู้จักใช้เหตุผล   ไม่เชื่ออะไรง่ายโดยไม่ไตร่ตรอง

            ๔. ฟังอย่างมีวิจารณญาณ  มีความคิด   เพื่อหาข้อเท็จจริง

            ๕. มีศิลปะในการฟัง    รู้จักใช้ไหวพริบในบางโอกาส    เพื่อช่วยให้ผู้พูดพูดได้ตรงตาม   จุดประสงค์ที่ผู้ฟังต้องการ   เช่นการใช้คำถามนำไปสู่จุดประสงค์   เป็นต้น

            ๖. ตีความจากเรื่องที่ฟังได้ถูกต้อง   และสามารถถ่ายทอดให้ผู้อื่นฟังได้

            ๗. นำคุณค่าของสิ่งที่ได้ฟังมาใช้ในชีวิตประจำวัน  เช่น   ชีวิตส่วนตัว   อาชีพ   เป็นต้น

            การฟังที่ได้ผลดีต้องอาศัยการฝึกอยู่เสมอ   เมื่อฟังแล้วต้องคิดไปพร้อมๆ กัน   การฟังมากจะทำให้เป็นผู้ที่มีความรู้กว้างขวาง  สิ่งสำคัญที่สุดของการฟังก็คือ   ผู้ฟังต้องฟังด้วยความตั้งใจ  สนใจและเข้าใจเรื่องที่ฟังตรงกับจุดประสงค์ของผู้พูด