จุดประสงค์ที่ ๘  อ่านวรรณกรรมได้อย่างมีวิจารณญาณและสามารถแสดงความคิดเห็นวินิจฉัยเรื่องที่อ่านได้อย่างมีเหตุผล

                            อ่านข้อความต่อไปนี้  แล้วตอบคำถาม

            การตามเสด็จสมเด็จพระบรมราชชนกไปประทับที่เมืองโลซานน์ในครั้งนั้น  ทำให้สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงรู้จักเมืองนั้น  และโปรดมากเช่นเดียวกัน  รับสั่งว่าเป็นเมืองที่มีอากาศดี  ภูมิประเทศสวยงามเต็มไปด้วยดอกไม้นานาชนิด  ซึ่งเขาปลูกผลัดเปลี่ยนกันทุกฤดูกาล  พลเมืองมีอัธยาศัยดี  ปฏิบัติตนต่อชนทุกชั้นโดยเท่าเทียมกันและที่โปรดอย่างยิ่งก็คือเป็นประเทศที่เป็นประชาธิปไตยโดยแท้จริงมากกว่าประเทศอื่นใดที่พระองค์ทรงผ่านมา

            ความหมายของ ประชาธิปไตย ตามที่รับสั่งได้แก่  เสรีภาพที่มีขอบเขต  เป็นต้นว่าทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่จะกระทำการใดๆ ได้ก็จริง  แต่บางสิ่งบางอย่างอาจจะกระทำได้เมื่ออยู่แต่ลำพัง  บางสิ่งบางอย่างก็ทำไม่ได้เพราะต้องคำนึงถึงและเคารพในสิทธิของผู้อื่นเสมอ  เช่น  การทำเสียงเอะอะอึกทึกให้เป็นที่รำคาญแก่ผู้อื่น  ทรงเล่าว่าที่สวิตเซอร์แลนด์นั้น  ใครเปิดวิทยุดังตนเป็นหนวกหูของผู้อื่นเกินสี่ทุ่ม  ชาวบ้านเขาจะบอกตำรวจจับได้ทันที  หากต้องฟังจริงๆ ก็ต้องเปิดค่อยๆ

            ครั้งหนึ่งฉันอยากฟังเหลือเกิน  ก็ไม่กล้าเปิดดังๆ ต้องพยายามเปิดค่อยที่สุดและเอาหูแนบกับวิทยุฟัง  สมเด็จพระบรมราชชนนีตรัส

            ในปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๔๖๙  สมเด็จพระบรมราชชนกได้เสด็จไปยังเมืองโลซานน์และในปลายเดือนสิงหาคมได้เสด็จล่วงหน้าไปเมืองบอสตัน  สหรัฐอเมริกา  เพื่อจัดหาที่ประทับไว้สำหรับสมเด็จพระบรมราชชนนีและพระโอรสพระธิดา  และทรงติดต่อเพื่อทรงเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด  ทรงเช่าที่ประทับได้ที่บ้านเลขที่ ๖๓  ถนนลองวู้ด  บรุกไลน์  แมสซาซูเซตส์  ที่ประทับนี้อยู่บนชั้นที่ ๒  ของตึก  ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นศูนย์กลางสำหรับนักเรียนไทยในเมืองบอสตันและเมืองใกล้เคียง   ต่อมาในเดือนกันยายน พ.ศ.๒๔๖๙  สมเด็จพระบรมราชชนนีก็เสด็จไปถึงพร้อมด้วยพระโอรสพระธิดาและพระพี่เลี้ยงเนื่อง  จินตะดุลย์ (ท้าวอินทรสุริยา)  ทั้งสองพระองค์ประทับอยู่อย่างสามัญชน  ทรงใช้พระนามสั้นๆ ว่า  มิสเตอร์และมิสซิสมหิดล  สงขลา

           ในระหว่างที่ประทับอยู่ที่พระตำหนักบรุกไลน์นี้  ผู้ที่ไปเฝ้าที่ตำหนักของพระองค์ท่านจะได้พบครอบครัวที่มีความสุขสำราญขยันขันแข็งอย่างที่สุด  ทรงรับรองนักเรียนไทยในสหรัฐอเมริกาที่ไปเฝ้าเป็นอย่างดีเสมอทุกเวลา  สำหรับนักเรียนไทยแล้ว  พระตำหนักแห่งนี้เปิดรับเสอม การรับรองนักเรียนไทยนี้แม้ในปัจจุบันระหว่างประทับอยู่ที่โลซานน์  สมเด็จพระบรมราชชนนีก็ทรงปฏิบัติอยู่  พระตำหนักของพระองค์เลขที่ ๑๙  ถนนอวังโพสต์  ได้กลายเป็นที่พักพิงของคนไทยที่ผ่านไปมา  และนักเรียนไทยที่ไปศึกษาอยู่ในเมืองนั้น  ปกติสมเด็จฯจะพระราชทานเลี้ยงอาหารไทยแก่เด็กนักเรียนสองสัปดาห์ต่อครั้ง  สมเด็จพระบรมราชชนกทรงพักผ่อนพระราชอิริยาบถจากการเยนด้วยการทรงช่วยเลี้ยงดูและอบรมพระโอรส  พระธิดา  พระองค์ท่านและสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงใช้จ่ายอย่างประหยัดเพื่อมีเงินไว้ใช้ในการศึกษาเล่าเรียนสำหรับกุลบุตรชาวสยามมากขึ้น  คล้ายกับว่าทั้งสองพระองค์ทรงรู้สึกว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้เงินซื้อของสำหรับดูเล่นเท่านั้น  คนไทยบางคนในอเมริกาเห็นว่าทรงทำไปนั้นมีสมแก่พระเกียรติยศ  แต่พระองค์ทรงเห็นว่า  เวลาที่ประทับอยู่ในประเทศที่ไม่เจ้านาย  การวางพระองค์เป็นเพียง มิสเตอร์และมิสซิสมหิดล  สงขลา เฉยๆ เป็นการให้เกียรติยศอันแท้จริงแก่ประเทศของเขา  สมเด็จพระบรมราชชนนีนั้นไม่เพียงแต่เป็นผู้คล้อยตามหรือผู้ช่วยเหลืออย่างดีในพระราชดำริเรื่องการศึกษาและการบริจาคทรัพย์เท่านั้น  แต่ได้ทรงเป็นต้นคิดด้วย