| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป |
มณโฑแนะนำให้ชวนเพื่อนและหลานช่วยรบ  ทศกัณฐ์ส่งสาร
           เมื่อกลับมาแล้วทศกัณฐ์ไม่สบายพระทัย   เพราะเวลานี้ไม่มีใครจะช่วยรบแล้ว   คิดไปคิดมาก็คิดไม่ออก   จนนางมณโฑทูลว่า
                        "พระสหายรักร่วมชีวี                   มีอานุภาพมหิมา
                        ผ่านกรุงจักรวาลพระนคร             นามกรสัตลุงยักษา
                        กับองค์ตรีเมฆนัดดา                 บุตรพระยาตรีเศียรขุนมาร
                        แต่ละองค์ล้นทรงกำลังฤทธิ์         ทศทิศเลื่องชื่อลือหาญ
                        จงให้ไปหาคิดการ                      ช่วยกันรอนราญไพรี"
           พอได้ยินนางมณโฑว่าดังนั้นทศกัณฐ์ดีพระทัยนัก   ดังได้วิมานฟ้า   ลูบหลังนางมณโฑตรัสชื่นชม   ตบหัตถ์สำรวลสรวลสันต์   มีบัญชาให้มีสารถึงท้าวสัตลุงพระสหายยังกรุงจักรวาล   โดยให้กาลสูรไป   และมีสารถึงตรีเมฆบุตรตรีเศียรผู้เป็นหลาน   ให้นนทสูรไป
           กากสูรมาถึงกรุงจักรวาลก็เข้าเฝ้าท้าวสัตลุงถวายสารทันที
                        "ราชสาน์สพระผู้พงศ์พรหมเมศ       มงกุฎเกศลงการบูรีศรี
                        มายังสหายธิบดี                              ผู้ช่วยชีวีเดียวกัน
                        บัดนี้ลงกาดิลกภพ                           นพรัตน์นคเรศรังสรรค์
                        มีหมู่อริราชไภยัน                            คือมนุษย์อาธรรม์ทั้งสองนาย
                        ออกนามลักษณ์รามราเมศ               คุมกระบี่มีเดชทั้งหลาย
                        จองถนนข้ามพลนิกาย                     มาทำร้ายรุกรบพระบูรี
                        สัประยุทธ์เคี่ยวเข็ญเข่นฆ่า             พระวงศานุวงศ์ยักษี
                        ตายเนื่องเปลืองราชธานี                 ทั้งพวกโยธีรี้พล
                        ตัวเราก็ออกราญรอน                      ต่อกรด้วยมันถึงสองหน
                        ต้องศรพ่างเพียงจะสิ้นชนม์             ครั้งนี้ขัดสนเห็นพ้นนัก
                        ขอเชิญองค์พระสหาย                     ผู้เลิศชายชาญฤทธิ์สิทธิศักดิ์
                        ยกพวกพหลพลยักษ์                       มาคิดการหาญหักไพรี"
           ท้าวสัตลุงก็จัดทัพมุ่งหน้าไปพระนครลงกาทันที
           ฝ่ายนนทสูรเมื่อถึงมัชชวารีก็รีบเข้าเฝ้าตรีเมฆ   แล้วทูลเรื่องราวให้ทราบโดยละเอียด   ตรีเมฆได้ยินก็เดือดดาลนัก   กระทืบบาทตวาดก้อง   ร้องสั่งวิรุญราชยักษ์จัดทัพไปกรุงลงกา
           ทศกัณฐ์เห็นท้าวสัตลุงสหายรัก   กับหลานขวัญตรีเมฆมาก็ยินดี   ดังได้สมบัติของพระอินทร์   เสด็จลงมาต้อนรับ   จูงมือพระสหายขึ้นนั่งบนแท่นเสมอกัน   แล้วเล่าเรื่องราวให้ฟังโดยตลอด
                                 "เมื่อนั้น                             ท้าวราพณาสูรยักษา
                        ฟังพระสหายถามมา                     จึ่งบัญชาตอบไปมิทันนาน
                        อันสงครามครั้งนี้นี่หนักนัก            มนุษย์ฮึกฮักกล้าหาญ
                        ทรงศรฤทธิไกรดั่งไฟกาล             ยากที่จะต้านทานกร
                       ทั้งโยธีก็มีฤทธิรุทร                       นับด้วยสมุทรไม่หยุดหย่อน
                        อ้ายพิเภกผู้น้องร่วมอุทร               ก็ตัดรอนไปเข้าด้วยพวกภัย
                        สารพัดแยบยลกลศึก                    ที่ล้ำลึกของเราก็บอกให้
                        สุริย์วงศ์พงศ์พันธุ์ก็บรรลัย             จนใจจึ่งให้ไปเชิญมา"
           ท้าวสัตลุงตอบว่าจะช่วยศึกครั้งนี้   ทศกัณฐ์ได้ฟังดังได้น้ำทิพย์มาอาบ   หัวเราะด้วยความดีใจ   ตบหัตถ์ฉาดฉานแล้วว่า   หมู่ข้าศึกจะแหลกลาญไปด้วยเดชของสหายรัก   แล้วหันมาตรัสกับตรีเมฆว่า   "แล้วหลานจะช่วยลุงคิดประการใด"
           ตรีเมฆก็บังคมไหว้   รับอาสาจะช่วยรบ   ทศกัณฐ์ได้ฟังดังนั้นก็ยินดี   ลูบหลังหลานแล้วว่า   เจ้าจงไว้ชื่อให้ลือยศปรากฎไปชั่วกัลปาวสาน   ตรัสแล้วจึงสั่งให้เสนานำอาหารอันโอชาพร้อมทั้งสุรามาถวาย   เลี้ยงอาหารกันอิ่มหนำ
           ในที่รบท้าวสัตลุงตายด้วยศรของพระราม   ส่วนตรีเมฆถูกหนุมานตัดเศียรด้วยตรีของตนเอง

| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน |