| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป |
องคตสื่อสาร-ทศกัณฐ์ให้นางมณโฑจัดอาหารเลี้ยง

           พระนารายณ์มีบัญชาให้องคตเป็นทูลนำสารไปถึงทศกัณฐ์   พอมาถึงประตูเมืองบรรดานายประตูเห็นกระบี่เหาะมาก็ตกใจ   รีบปิดประตู   องคตจึงร่ายเวทย์อินทรีย์เนรมิตกายสูงตระหง่าน   สองมือบังสุริยาจนกรุงลงกามืดครื้ม
           ทศกัณฐ์เสด็จท่ามกลางสุริยวงศ์เห็นมืดครื้มง่ายๆ ราวกับราตรีเช่นนั้น   ก็สั่งให้เสนาไปดู   ทราบว่าเป็นองคตก็ตะลึงไปทั้งกาย   อ้ายลิงร้ายตัวนี้หยาบคายนัก   ถ้าให้มันเข้ามาน่าที่จะได้เคืองใจ   ทั้งอัปยศอดสูแก่หมู่เสนาจำจะทำดีต่อองคตไว้   อย่าให้มันขัดใจ   คิดแล้วจึงสั่งให้สาวใช้ไปบอกนางมณโฑจงแต่งเครื่องโภชนากระยาหารต้อนรับลูกของนางให้จงดี
           นางมณโฑก็จัดแจงเครื่องเสวยอย่างดี   ให้สาวใช้ยกออกไป   แต่องคตไม่กิน   ทั้งพังประตูเข้าไปถึงท้องพระโรงยืนอยู่ท่ามกลางหมู่ยักษ์   แล้วม้วนหางต่างที่นั่งจนสูงเทียมเท่าพระยามาร   แล้วเจรจาด้วย   พร้อมทั้งอ่านสารให้ฟัง
           ทศกัณฐ์ได้ฟังสารที่ให้ส่งนางสีดาคืนก็กริ้ว   ตรัสบริภาษองคต   พร้อมทั้งยืนยันที่จะไม่ส่งนางสีดาคืน   อ้างว่าตนไปเที่ยวป่าพบนางสีดาอยู่คนเดียว   เข้ามาร้องไห้ขอตามมาด้วย   ตนสงสารจึงพามากรุงลงกา   แล้วก็กล่าวดูหมิ่นพระรามว่าแอบอ้างเป็นพระนารายณ์อวตาร   บังอาจมาสู้กับตน
           องคตจึงท้าวความถึงทูษณ์ ขร ตรีเศียร   อนุชาของทศกัณฐ์ซึ่งถูกพระรามสังหารเมื่อครั้งยกทัพไปแก้แค้นให้นางสำมนักขา   ทศกัณฐ์ได้ฟังก็โกรธไม่รู้จะทำอย่างไรจึงด่าว่าองคตที่ไม่รู้บุญคุณบิดาคือพญาพาลี   ไปยกย่องรับใช้ศัตรูผู้สังหารบิดาของตน
           องคตโต้ตอบด้วยวาจาหลักแหลม   ทั้งเยาะเย้ยต่างๆ นานา   จนทศกัณฐ์กริ้งจัด   สั่งเสนียักษ์สี่ตนให้ช่วยกันจับองคต   แต่เสนียักษ์ทั้งสี่ไม่สามารถจับได้   ทั้งยังถูกองคตใช้สองมือสองเท้าจับเสนียักษ์ทั้งสี่พาเหาะขึ้นไปบนยอดปราสาท   ฟาดลงพร้อมกันจนยอดปราสาทหักโค่นลง   แล้วองคตก็เหาะกลับไปเฝ้าพระราม   ทูลเรื่องราวให้ทรงทราบทุกประการ

| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน |