| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป |
ทศกัณฐ์อาฆาตพิเภก, แปลงเป็นโยคี

           พิเภกเมื่อถูกทศกัณฐ์ขับไล่จึงมาอยู่กับพระราม   ต้องการทราบฤทธิ์ทหารพระราม   สุครีพก็พาไพร่พลสำแดงฤทธิ์ให้ดู   สุดแต่ว่าใครจะเก่งกาจแค่ไหน   เสียงอึกทึกกึกก้องไปทั้งแผ่นดิน   ฝ่ายทศกัณฐ์ได้ยินเสียงผิดสังเกตกว่าทุกวันจึงสั่งให้สุกรสารออกไปสืบข่าวดู   สุกรสารจำแลงกายเป็นลิงแฝงไปในหมู่วานร   พิเภกรู้ให้หนุมานออกไปจับตัวมาได้   ทำโทษแล้วปล่อยตัวไป
           พอถึงกรุงลงกาก็เข้าไปกราบเท้าทศกัณฐ์แล้วร้องไห้ทูลเล่าเรื่องราวให้ทราบทุกประการ   ทศกัณฐ์พอได้ทราบดังนั้นก็นิ่งนึกตรึกตรองชั่วครู่   ยิ่งรู้ว่าพิเภกไปเข้าด้วยพระรามยิ่งไม่สบายใจ   น่าจะเป็นภัย   มันจะต้องสาวไส้ให้กากินเป็นแน่   จำจะทำอุบายไปทำลายศึกเสียให้สิ้น   ให้พิเภกกินแหนงแคลงใจกับพระราม   หากพระรามขับออกมาเมื่อไรจะฆ่าเสียให้ตาย
           คิดดังนั้นแล้วทศกัณฐ์ก็ร่ายเวทกลายเพศเป็นโยคี   เหาะไปเขาคันธกาลาทันที   แล้วผูกจิตพิเภกไว้ไม่ให้พูด   เดินเข้าไปยังพลับพลาเห็นพิเภกนั่งหน้าวานรทั้งหลายก็กริ้งโกรธเป็นกำลังดังไฟพิษ   เคืองแค้นในใจยิ่งนัก   แกล้วทำร้องอวยพรสวัสดี   พูดถามไปต่างๆ นานา   และถามพระรามว่าจะยกพลโยธาเสด็จไปไหนกัน
           พระรามคิดว่าเป็นองค์พระอาจารย์จึงตอบไปด้วยวาจาอ่อนหวานว่าจะยกทศโยธาไปสังหารทศกัณฐ์   ด้วยทศกัณฐ์มาลักนางสีดาไป   แล้วถามกลับไปว่าพระองค์นี้ชื่ออะไรอยู่แห่งหนตำบลไหนและมาหาด้วยกิจประสงค์สิ่งใด
                                    "เมื่อนั้น                   ทศพัตร์ผู้มีอัชฌาสัย
                        ได้ฟังจึ่งตอบคำไป                 รูปนี้อยู่ในหิมวันต์
                        ชื่อกาลสิทธโคดม                  ไปจงกรมกลับมาแต่สวรรค์
                        แจ้งว่าพระองค์ทรงธรรม์        ยกพวกพลขันธ์วานร
                        จะข้ามไปสงครามในลงกา      เมตตามาหาพระทรงศร
                        อันองค์ท้าวยี่สิบกร                 ฤทธิรอนเลิศล้ำแดนไตร
                        มีทั้งทหารชำนาญยุทธ์           นับด้วยสมุทรก็ว่าได้
                        อันพระองค์จะยกพลไป          ไหนจะครือมืออสุรี
                        ใช่ว่าสิ้นนางในโลกา              ผ่านฟ้าจะไร้มเหสี
                        ถึงได้มาก็เป็นราคี                 น่าที่ไม่พ้นอัประมาณ
                        ดั่งดวงแก้วตกกลางกองไฟ     อย่าสำคัญว่าจะไม่ร้าวฉาน
                        จะตามไปไยให้ป่วยการ          จงเลิกทวยหาญไปพารา"
           พระรามตรัสว่า   อันนางสีดานั้นคือพระลักษมี   ถึงจะตกน้ำต้องไฟบรรลัยกัลป์ก็หาเป็นราคีไม่   อันทศกัณฐ์กับหมู่พลยักษ์นั่นหรือมีฤทธิ์มาก   จะเปรียบก็เหมือนหมู่มฤคีจะต่อด้วยสิงห์ก็ผิดไป   จะผลาญชีวิตยักษาให้สิ้นโคตร
                                    "เมื่อนั้น                   ทศกัณฐ์ผู้เป็นฤๅษี
                        ได้ฟังทำว่าปรานี                    เอะไฉนฉะนี้พระทรงฤทธิ์
                        มาคบอสุราวานร                    อันเกิดร่วมอุทรกับคนผิด
                        พิเภกก็พวกปัจจามิตร            น้องสนิทขององค์เจ้าลงกา
                        อันพาลีพี่ชายสุครีพ                ก็สิ้นชีพด้วยพระองค์เข่นฆ่า
                        น้องเขาฤๅจะรักผ่านฟ้า          ยิ่งกว่าพี่ตนนั้นผิดไป
                        ซึ่งจะคบพงศาปัจจามิตร         เหมือนอสรพิษไม่เลี้ยงได้
                        พระองค์ผู้ทรงฤทธิไกร          ขับเสียให้ไกลจากบทมาลย์"
           ฝ่ายพิเภกรู้ว่าทศกัณฐ์ปลอมตัวเป็นฤๅษี   จะกราบทูลให้พระรามทรงทราบก็พูดไม่ออกเพราะต้องพระเวทย์   ทศกัณฐ์เห็นบรรดาเสนาวานรต่างขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน   ซ้ำพิเภกก็มีทีท่ารู้ว่าตนแปลงมา   ทศกัณฐ์เห็นท่าไม่ดี   รีบถือโอกาสลาไป   พอลับตาไพร่พลทศกัณฐ์ก็เหาะละลิ่วกลับไปกรุงลงกาทันที
           พอทศกัณฐ์ไปแล้วมนต์ก็เสื่อม   พิเภกยอกรประนมแล้วกราบทูลพระราม

| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน |