| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป |
สำมนักขาแปลงเรื่องฟ้องทศกัณฐ์

           นางสำมนักขาเห็นพระยาทูษณ์   พระยาขรและตรีเศียรตายหมด   ความกลัวก็รีบหนีเข้ากรุงลงกา   ครั้นมาถึงจึงกอดพระบาททศกัณฐ์พี่ชายไว้   ร่ำไห้สะอึกสะอื้นไม่สมประดี   ทศกัณฐ์เห็นน้องเป็นเช่นนั้นก็กริ้วโกรธราวกับไฟไหม้ทั้งจักรวาล   กระโดดจากแท่นแก้วแล้วแผลงฤทธิ์ด้วยกำลังของขุนมาร
                                "กลับเป็นสิบพักตร์ยี่สิบกร                สูงเงื้อมอัมพรเวหา
                             กายนั้นใหญ่หลวงมหิมา                       ดูดั่งภูผาอัศกรรณ
                             สิบพักตร์เปล่งเนตรยี่สิบดวง                 โชติช่วงดั่งแสงสุริย์ฉัน
                             สิบปากกระดกลิ้นเคี้ยวฟัน                    เสียงสนั่นดั่งเขาพระเมรุทรุด
                             กระทืบบาทผาดโผนโจนร้อง                กึกก้องฟากฟ้าอึงอุด
                             มือหนึ่งจับศรฤทธิรุทร                         มือสองนั้นยุดพระขรรค์ชัย
                             มือสามจับจักรกวัดแกว่ง                      มือสี่จับพระแสงหอกใหญ่
                             มือห้าจับตรีแกว่งไกว                           มือหกฉวยได้คทาธร
                             มือเจ็ดนั้นจับง้าวง่า                              มือแปดคว้าได้พะเนินขอน
                             มือเก้ากุมเอาโตมร                             กรสิบนั้นหยิบเกาทัณฑ์
                             อาวุธครบยี่สิบหัตถ์                               แกว่งกวัดไวว่องดั่งจักรผัน
                             ใครทำน้องกูมาสู้กัน                             จะห้ำหั่นมิให้แค้นคอกาฯ"
           โกรธพลางถามนางสำมนักขาว่า   เหตุใดนางจึงเป็นเช่นนี้   นางสำมนักขาก็ทูลด้วยมารยาว่า   เมื่อตนไปเที่ยวป่าพบพระรามพระลักษณ์และนางสีดาบวชอยู่ที่ริมฝั่งโคทาวารี   อันนางสีดานั้นทรงโฉมยิ่งกว่าเทพอัปสร   ตนอย่าจะได้มาถวายเจ้าพี่   จึงได้ลอบอุ้มนางสีดามา   พระลักษณ์ตามมาทันชิงนางสีดาได้   แล้วทำโทษนางจนเสียเกือบสิ้นชีวิต   ตนไปบอกสามเจ้าพี่ออกมาชิงชัยก็เสียทีแก่ข้าศึกสิ้น   ขอเชิญทศกัณฐ์ไปเชิญเอานางสีดามาเป็นมเหสีเถิด
           ทศกัณฐ์ได้ฟังน้องเล่าดังนั้น   ไฟราคะก็จับซาบไปทุกเส้นขน           ความเสน่หารุมเร้าดังไฟจี้   ความโกรธที่จะฆ่าก็หายไปหมดสิ้น   เหลือแต่ความอยากได้นางสีดา   อาวุธที่ถืออยู่ในมือก็ตกลง  พอได้สติก็ถามนางสำมนักขาว่า   รูปนางสีดาซึ่งงาทล้ำกว่านางฟ้าสรวงสวรรค์นั้นเทียบกับนางมณโฑจะละม้ายคล้ายกันประการใด
         นางสำมนักขาทูลว่า   ถ้าจะเปรียบกับพี่มณโฑนั้นห่างไกลกันสักพันเท่า
           ทศกัณฐ์ได้ฟังน้องว่าดังนั้นเหมือนเอาน้ำทิพย์มารด   ยิ่งมีความพิศวาสจะขาดใจ   ราคะร้อนใจหลงใหลจึงถามไปอีกว่า   ที่ว่าสวยกว่านางมณโฑถ้าจะเปรียบกับพระอุมา   พระลักษมี   พระสุรัสวดี   ใครจะสวยกว่ากัน
            นางสำมนักขาทูลว่า   ทั้งสามองค์รวมกันยังไม่เท่านางสีดา   สำหรับนางสำมนักขานั้นทูลพลางก็หลงเล่าความถึงพระลักษณ์พระรามว่าทั้งสององค์ทรงโฉมยิ่งกว่าเทวัญทุกชั้นฟ้า   แม้ได้พระรามมาร่วมห้องจะกอดจูบทั้งแก้มซ้ายขวา   เมื่อได้สติก็เขินใจ
           ทศกัณฐ์ยิ่งฟังก็ยิ่งฟั่นเฟือน   หลงในรูปนางสีดาที่น้องเล่ามา   ถามนางสำมนักขาว่าตนกับพระรามใครจะหล่อกว่าใคร   นาสำมนักขาได้ยินพี่ออกชื่อพระรามก็ไหลหลงนึกว่าองค์พระรามมาเจรจาด้วย   นางพลอยเพ้อละเมอตอบไปว่า   ถึงน้องมือจะกุดตีนจะด้วนแต่จะเนรมิตร่างกายเสียใหม่ให้งามกว่าสีดาให้พระพิสมัยทั้งสององค์
           ทศกัณฐ์มองนางสำมนักขาเป็นนางสีดา   ตรงเข้ากอดแล้วอุ้มใส่ตักจุมพิตอยู่ไปมาด้วยความสเน่หา   พอได้สติก็รีบเข้าห้องเสีย   เห็นนางมณโฑคอยอยู่งานจึงตรัสแก่นางมณโฑว่า   นางสำมนักขาเล่าให้ฟังถึงพระรามพระลักษณ์มีความแค้นตนหนักหนา   ตัดจมูก   ตัดปาก  บั่นแขนบั่นขานางสำมนักขา   มิหนำซ้ำยังฆ่าทูษณ์ ขร ตรีตายหมด   หากจะไปฟาดฟันให้บรรลัยก็อายใจด้วยพวกมันเป็นชีป่า   ทั้งสามโลกจะนินทรว่าฆ่ามนุษย์ตัวเท่าแมลงวัน   แต่จะนิ่งเสียก็อับอายชาวเทวาสุราลัย   จะแก้แค้นโดยลักเอาเมียมาเจ้าจะเห็นเป็นประการใด
           นางมณโฑได้ฟังก็ว่า   เหตุมีอัศจรรย์นักจนถึงมีการเข่นฆ่ากันจนน้องตายไปสามคน   น่าจะมีเงื่อนงำหรือน้องทศกัณฐ์ไปก่อความ   อันจะไปลักเมียเขามานั้นใครได้ทราบเข้าก็จะเย้ยหยัน   ถึงชอบก็จะเห็นเป็นผิดอย่าหุนหันให้ผิดประเพณี
           ทศกัณฐ์ได้ฟังจึงตอบไปว่า   ที่นางมณโฑว่ามานั้นก็เห็นด้วย   แต่กลศึกนั้นจะต้องใช้อุบายล้ำลึกจึงจะชนะ   ถ้าลักเมียมันมาแล้วข้าศึกตายจะต้องไปรบให้เสียไพร่พล   ที่ใช้อุบายลึกซึ้งอย่างนี้ใครจะว่าอย่างไรก็ช่างประไร
           นางมณโฑบอกให้ทศกัณฐ์ตริตรองให้ดี   เพราะพระรามพระลักษณ์เป็นหลานท้าวอัชบาลเผ่าพงศ์พระนารายณ์
           ทศกัณฐ์ได้ยินเมียพูดขัดก็โมโหไม่พูดด้วย   มองไปเห็นแต่รูปนางสีดาลอยเด่นอยู่ตรงหน้า   ครั้นค่ำก็เข้าที่บรรทม

| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน |