| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป |
ทศกัณฐ์ยกเขาพระสุเมรุ
           มียักษ์ตนหนึ่งชื่อวิรุฬหก   มีวิมานอยู่ใต้แผ่นดินระหว่างเขาตรีกุฏ  ชื่อว่าเมืองบาดาล   พระยามารเคยไปเฝ้าพระอิศวรเป็นประจำ   ปีหนึ่งเจ็ดครั้ง   วันนั้นถึงกำหนดเฝ้า   ท้าววิรุฬหกก็ออกจากบาดาลถึงเขาไกรลาส   ขณะนั้นพระอิศวรยังหาได้ออกมาต้อนรับเทวานางฟ้า   ยังอยู่ในแท่นที่ไสยา   วิรุฬหกนึกว่าพระอิศวรเสด็จออกแล้วมิได้พิจารณาก็น้อมเศียรนบนิ้วบังคมทุกชั้นอัฒจันทร์มิได้เว้น   หมอบกรานด้วยใจจงรักภักดีเป็นที่สุด
           มีตุ๊กแกตัวหนึ่งอยู่ที่ยอดภูผานั้น   เห็นวิรุฬหกเดินกราบมาทุกขั้นทำหัวกระดุบๆ ตุ๊กแกก็นึกขำ   ครั้งใดวิรุฬหกทำหัวกระดกไหว้าพระอิศวร   ตุ๊กแกก็ร้องขึ้นมาทุกครั้ง   แล้วยักคิ้วหลิ่วตาล้อพระยามาร   วิรุฬหกเห็นตุ๊กแกทำอหังการ์ดังนั้นก็เดือดดาลยิ่งนัก   มองไปไม่เห็นพระอิศวรจึงถอดสังวาลนาคอันมีฤทธิ์ขว้างตุ๊กแกไปทันที
           เสียงกัมปนาทราวกับโลกจะถล่มทลาย   ตุ๊กแกตัวนั้นแหลกละเอียด   ซ้ำภูเขาไกรลาสก็ทรุดเอียงไป   เสร็จสังหารตุ๊กแกแล้ววิรุฬหกก็กลับไปเมืองบาดาลทันที   ฝ่ายพระอิศวรกำลังบรรทมได้ยินเสียงก็ตกพระทัยตื่น   เสด็จออกมาเห็นเขาไกรลาสทรุดเอียงเพ่งดูก็รู้ด้วยปรีชาญาณจึงตรัสแก่หมู่เทวดาว่า   ใครยกมหาไกรลาสขึ้นได้ดังเดิมจะบำเหน็จให้ถึงใจทีเดียว   เทวดาอยากจะได้บำเหน็จต่างไปช่วยกันผลักดันจนสิ้นแรง   ภูเขาไกรลาสก็หาเคลื่อนแม้แต่น้อย
           เมื่อบรรดาเทวดายกเขาไม่ได้   พระอิศวรก็นึกถึงทศกัณฐ์   สิบเศียรสิบพักตร์   ยี่สิบมือ   คงจะมีฤทธิ์ยกได้จึงให้จิตุบทจิตุบาทไปตามทศกัณฐ์มา   แล้วตรัสใช้ให้ทศกัณฐ์ช่วยยกเขาพระสุเมรุให้   ทศกัณฐ์รับเกล้าสนองเทวบัญชา   ออกมาเนรมิตตัวใหญ่โตเท่าบรมพรหมมาน   สูงตระหว่านเหนือยอดเขา   ตีนเหยียบพื้นปฐพีเอาบ่าดัน   ยี่สิบกรกุมเหลี่ยมเขา   พอได้ที่ก็เอาเท้าถีบด้วยกำลังแรง   เขาไกรลาสก็คืนมาตรงดังเดิม
           เมื่อยกเขาพระสุเมรุคืนมาได้แล้ว   ทศกัณฐ์ก็เข้าไปเฝ้าพระอิศวรทันที   เมื่อมาถึงก็วางอำนาจโอ่อ่าไม่คิดถึงศักดิ์ยักษ์   มีแต่ความโลภทูลแก่พระอิศวรว่า   ตนเป็นเจ้าในหมู่ยักษ์   ยังไม่มีอัครมเหสีทูลขอพระอุมาไปเป็นอัครมเหสีทันที
           พระอิศวรได้สดับคำของทศกัณฐ์ก็สะดุ้ง   ทรงรำพึงคิดว่า   ชิชะไอ้ทศกัณฐ์บังอาจนัก   ใฝ่สูงจนเกินศักดิ์   แต่พระอิศวรก็ได้ออกปากไว้แล้ว   จำจะต้องให้ไป   เมื่อทศกัณฐ์พาไปแล้วทำอะไรไม่ได้   ก็จะพากลับมาดังเดิม
           ทศกัณฐ์ดีใจยิ่งนักคลานเข้าไปหมายจะอุ้มองค์พระอุมา   แต่พอเข้าใกล้ก็เร่าร้อนกายาดังเอาไฟมาสุม   เมื่ออุ้มไม่ได้ก็ช้อนพระบาทพระอุมาวางบนเศียรทูนหัวเหาะไป   เหาะมาได้ประเดี๋ยวทศกัณฐ์ทนร้อนไม่ไหวต้องวางพระนางลงพาเดินไป
           เทวดานางฟ้าจึงไปเฝ้าพระนารายณ์ที่เกษียรสาครทูลให้มาช่วยแก้ไข   พระนารายณ์แปลงเป็นยักษ์แก่อัปลักษณ์ปลูกต้นไม้เอายอดลง   กลับเอารากขึ้นบน   คอยทีทศกัณฐ์อยู่   ฝ่ายทศกัณฐ์พาพระอุมามาถึงที่พระนารายณ์แปลงจึงถามว่า   ตาเฒ่าโฉดนี้   ปลูกต้นไม้เอาปลายลง   ผิดเพศไม่มีใครเขาทำกัน   พระนารายณซึ่งเป็นยักษ์แปลงได้ฟังทำทียิ้มแย้ม   ตอบกลับไปว่า   ตัวทศกัณฐ์ยิ่งโฉดเขลามากกว่า ด้วยไม่รู้สึกตัว
           ทศกัณฐ์ได้ยินยักษ์เฒ่ากล่าวตอบ   ก็ฉงนสนเท่ห์   คิดว่ายักษ์เฒ่านี้ทำไมจึงพูดจาทะนงศักดิ์   ไม่เกรงใจตน   คิดแล้วก็ตอบไปว่า   ที่ตาเฒ่าว่ามานั้นไม่เห็นตนจะโฉดเขลาในข้อไหน   ขอให้ตาเฒ่าบอกมาถ้าไม่บอกจะต้องตาย   ยักษ์เฒ่าจึงว่า   หญิงที่ทศกัณฐ์พามามีลักษณะเป็นพระกาฬจะประหารชีวิตพวกญาติวงศ์พงศายักษ์ให้สูญสิ้นทั่งกรุงลงกา   ที่ดีๆ ไม่เอามา   ทศกัณฐ์ได้ฟังก็สงสัย   คิดถ้าจะจริงอย่างว่า   เพราะนางนี้ตัวร้อนดังเพลิงไหม้   คิดแล้วก็ร้องถามไปว่านางใดที่ว่าดีขอให้ช่วยบอก   บุญคุณครั้งนี้ไม่เสียทีจะแทนคุณ
           ยักษ์เฒ่าจึงบอกว่า   นางมณโฑอย่างไร   งามเลิศฟ้า   ผิวพักตร์ผ่องเพียงดวงจันทร์   ทศกัณฐ์จึงกลับไปเปลี่ยนนางมณโฑมา

| หน้าแรก | ย้อนกลับ | หน้าต่อไป | บน |